เอนไซม์กับการบำบัด
1เอนไซม์เพื่อความงาม

1เอนไซม์สำหรับดูแลที่พักอาศัย

1เอนไซม์สำหรับสุขภาพ

1เอนไซม์สำหรับสัตว์เลี้ยง

1เอนไซม์สำหรับการเกษตร

1เอนไซม์สำหรับดูแลเครื่องยนต์
1รายการสื่อหนังสือต่าง ๆ
1รายการสินค้าสุขภาพจากเครือข่าย
 




1 เอนไซม์ คืออะไร

1 สิ่งที่ควรรู้ เกี่ยวกับเอนไซม์

1 ขาดเอนไซม์ บ่อเกิดแห่งโรคร้าย

1 ประโยชน์ของเอนไซม์

1 วิตามินจากผลไม้แต่ละชนิด

1 วิธีการหมักเอนไซม์
1 อายุกับการหมักเอนไซม์
1 การทำน้ำด่างจากธรรมชาติ
1 เอนไซม์กับฝ้าสีขาว
1 น้ำตาลกับน้ำผึ้งต่างกันอย่างไร
1 เอนไซม์น้ำหมักชีวภาพเพื่อการพอเพียง






1


 

...แพทย์ทางเลือกเป็นวิธีการรักษาโดยไม่ใช้ยา โดยไม่ได้ต้องรอให้ป่วย แต่เป็นการดูแลสุขภาพตัวเองไม่ให้เจ็บป่วย โดยการพึ่งพาตนเอง ..

go to home
go to go to go to go to web board go to about us
go to food go to heab go to dramma go to handmade go to

 
 

สะเกิดเงินคืออะไร........?

ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน  โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่พบบ่อย ชนิดหนึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Psoriasis” โรคนี้เกิดจากเหตุปัจจัยหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุ หนึ่งเพียงสาเหตุเดียว ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค สารเคมีหรือสภาวะทางฟิสิกส์ที่เป็นพิษต่อผิวหนังโดยตรง แต่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากพันธุกรรมหรือยีนที่ผิดปกติหลายชนิดร่วมกับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมทั้งภายใน
และ ภายนอกร่างกายที่ไม่เหมาะสมมากระตุ้นให้โรคปรากฏขึ้น อาการผื่นผิวหนังเป็นได้หลายรูปแบบ ที่พบบ่อย คือ ผิวหนังอักเสบเป็นปื้นแดง (Erythematous plaque) ลอกเป็นขุย เป็นๆ หายๆ ผู้ป่วยบางรายเป็นเฉียบพลันแล้วผื่นก็หายไป บางรายเป็นผื่นผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ความผิด ปกติอื่นๆที่อาจพบได้ คือ ความผิดปกติที่เล็บ ข้ออักเสบ เป็นต้น ผู้ป่วยอาจมีอาการผิดปกติของเล็บหรือปวดข้อนำมาก่อน หรือเกิดขึ้น พร้อมๆกับอาการผื่นผิวหนังอักเสบ

 

ทำไมถึงเรียกว่า โรคสะเก็ดเงิน”?


เหตุที่เรียกโรคนี้ว่า “โรคสะเก็ดเงิน” เพราะลักษณะของผื่นในโรคนี้จะเป็นปื้นหรือตุ่ม สีแดงขอบเขตชัดเจน บนผิวของผื่นผิวหนังอักเสบของโรคนี้จะมีสะเก็ดสีขาวคล้ายเงินปกคลุม อยู่ศาสตราจารย์กิติคุณ นายแพทย์สุนิตย์ เจิมสิริวัฒน์จึงให้ชื่อโรคนี้ว่า“โรคสะเก็ดเงิน” เมื่อแกะเกาสะเก็ดให้หลุดลอกออกจากผิวหนังจะเห็นจุด เลือดออกบนผิวของผื่นที่อักเสบแดง ซึ่งเป็นลักษณะจำเพาะของโรคนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีตุ่มหรือปื้นแดงที่มีสะเก็ด สีขาวให้เห็นก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับระยะของโรค

สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน

      โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่งที่มีแบบแผนการถ่ายทอดทาง พันธุกรรมไม่ชัดเจน พบว่าถ้าบิดาและ มารดาเป็นโรค บุตรที่เกิดมามีโอกาส เป็นโรค นี้สูงร้อยละ 65-83 ถ้าบิดาหรือมารดา คนใดคนหนึ่งเป็นโรค บุตรที่เกิดมา มีโอกาส เป็นโรคนี้ลดลงเหลือร้อยละ 28-50 ถ้าทั้งบิดาและมารดาไม่เป็น โรคนี้เลย บุตรมีโอกาส เป็นโรคนี้น้อยลงไป เหลือเพียงร้อยละ 4 ถ้ามีพี่น้องในครอบครัวเป็นโรคนี้โดยที่บิดา และมารดาไม่เป็น โรคบุตรคนถัดไปมีโอกาสที่จะเป็น โรคสูงขึ้นถึงร้อยละ 24 ลักษณะทางพันธุกรรมเป็นเพียงปัจจัยพื้นฐานของการเกิดโรค การเกิดอาการของโรคไม่ได้ขึ้นกับ ปัจจัยทางพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว ถึงผู้ป่วยจะมีลักษณะทางพันธุกรรมของโรค สะเก็ดเงินอยู่ ถ้าไม่มีปัจจัยกระตุ้นหรือส่ง
เสริมมากระทบผู้ป่วยก็จะไม่เกิดอาการของโรค ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรสังเกตและพยายาม จับให้ได้ว่าปัจจัย แวดล้อมอะไรทำ ให้โรคของตนกำเริบ แล้วพยายามหลีก เลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้โรคกำเริบ พึงเข้าใจว่า ปัจจัยที่ทำให้โรคกำเริบในผู้ป่วยแต่ละราย ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

สิ่งแวดล้อมที่กระทบร่างกายของผู้ป่วยแล้วทำให้โรคกำเริบแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ ปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายในตัวผู้ป่วย

- ปัจจัยภายนอก

- ปัจจัยภายในตัวผู้ป่วย

 

 

 

 



ปัจจัยภายนอก

       สิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยที่อาจทำให้โรคกำเริบคือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กได้แก่จุลชีพ ชนิดต่างๆ สารเคมีและสภาพทางฟิสิกส์ผู้ป่วยต้องสัมผัสสิ่งแวดล้อมเหล่านี้อยู่เป็นประจำทุกวัน ปัจจัย แวดล้อมเหล่า นี้บาง ครั้งรุนแรง จะทำให้ผิวหนังของผู้ป่วยที่มีความผิดปกติพื้นฐานทาง พันธุกรรมอยู่เกิด อาการผิวหนัง อักเสบขึ้นได้ บางครั้งปัจจัยแวดล้อมที่ ระคายผิวหนังน้อย แต่มีปัจจัยเหล่านี้หลายๆปัจจัยมากระทบผิวหนังพร้อมๆกันก็สามารถทำ ให้โรค สะเก็ดเงินที่สงบ อยู่กำเริบได้  ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่มีอาการกำเริบและควบคุม อาการของโรคได้ไม่ดีด้วยยาหรือการรักษา อื่นๆ แพทย์ผู้ดูแลรักษาและ ผู้ป่วยต้องร่วมกัน สังเกต เฝ้าดูปัจจัย แวดล้อมต่างๆอย่างละเอียดเพื่อที่จะหา ปัจจัยภายนอก ที่มีความ สัมพันธ์กับการกำเริบ ของโรค ปัจจัยที่สำคัญอีกกลุ่มหนึ่งคือปัจจัยภายในตัวผู้ป่วยเอง ได้แก่ โรคติดเชื้อซ่อนเร้นของอวัยวะภายใน การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาบางอย่าง เช่น ระยะที่มีประจำเดือนของสตรีเพราะ ในช่วงนี้มี การเปลี่ยนแปลงทาง ระดับของฮอร์โมน ในร่างกาย นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจรวมทั้งความเครียดและความรุ่มร้อน จากการงานสภาวะทางครอบครัว ความเจ็บป่วยที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ก็เป็น สาเหตุที่ทำให้โรคกำเริบได้

 

ปัจจัยทางเคมี สารเคมีที่ผู้ป่วยสัมผัสที่สำคัญคือ อาหาร ยา สารเคมีในที่ทำงาน สารเคมีที่มีการบันทึก ไว้ว่าสามารถทำให้ โรคกำเริบได้แก่ ยาบางชนิดถ้าผู้ป่วยรับ ประทานแล้วจะทำให้ โรคสะเก็ดเงินกำเริบ เช่น ยารักษาโรคจิต ประสาทกลุ่ม
Lithium ยารักษาโรคมาเลเรีย ยารักษาโรคหัวใจกลุ่ม Beta adrenergic blocking agent ยาสตีรอยด์ชนิด รับประทานและฉีด ดังนั้นผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการซื้อ ยามารับประทานเอง เพราะยาหม้อ ยาจีน ยาไทย บางชนิดแอบ ผสมสตีรอยด์เข้าไปในส่วนผสมของยา ยาสตีรอยด์ทั้งชนิดรับประทานและฉีดจะทำให้อาการของโรค สะเก็ดเงินสงบลง ได้ในระยะแรกๆที่ได้รับยา แต่เมื่อใช้ไปในระยะยาวจะมีผลข้างเคียงสูงมาก เช่น ทำให้เกิดโรคแผลในกระเพาะอาหาร โรคเบาหวานกำเริบ กล้ามเนื้อลีบและอ่อนแรง ความดันโลหิตสูง กระดูกผุ เป็นต้น

  • ปัจจัยทางชีวะ คือสิ่งมีชีวิตที่ก่อโรคกับคน ตั้งแต่จุลชีพชนิดต่างๆได้แก่เชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา และปรสิตรวม
  • ทั้งแมลงต่างๆด้วย สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ทำให้เกิดโรคกับผู้ป่วยแล้วส่งผลกระทบทำให้โรคสะเก็ดเงิน กำเริบ ตัวอย่างเช่น
  • โรคคออักเสบจากไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียสเตร็พโตคอคคัส (Streptococcus species) โดยเฉพาะในเด็ก
  • โรคติดเชื้อ HIV สามารถทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบได้ อาการผื่นผิวหนังอักเสบของโรคจะ รุนแรงควบคุมได้ยาก
  • ถ้าผู้ป่วยเกิดโรคติดเชื้อดังกล่าวซ้อนลงบนโรคสะเก็ดเงิน สำหรับโรคติดเชื้ออื่นๆ ก็สามารถกระตุ้น ให้โรคกำเริบได้
  • เช่นเดียวกัน แต่ความสัมพันธ์อาจไม่ชัดเจนเหมือน 2 โรคดังกล่าวแล้ว
  • ปัจจัยทางฟิสิกส์ ผิวหนังของผู้ป่วยเมื่อกระทบกับสภาวะทางฟิสิกส์ที่รุนแรง เช่น การแกะเกา ขูด กด เสียดสี
  • ทำให้ผื่นของโรคสะเก็ดเงินกำเริบ และลุกลามออกไปได้ จึงมักพบผื่นของโรคสะเก็ดเงินบริเวณ ศอก เข่า ก้นกบ
  • เพราะเป็นตำแหน่งที่มีการแกะเกาเสียดสีมากที่สุด

ปัจจัยภายในตัวผู้ป่วย

      ผิวหนังเป็นอวัยวะที่อยู่นอกสุดของร่างกาย แต่ไม่ได้ตัดขาดความสัมพันธ์ไปจาก อวัยวะภายในอื่นๆ ของร่างกาย ปัจจัยภายในร่างกายรวมถึงการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดในร่างกาย เช่นการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โรคของอวัยวะ ภายในต่างๆ เช่น โรคตับ โรคไต เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงและโรคต่างๆ ของอวัยวะภายใน จะส่งผลกระทบ โดยตรงหรือโดยอ้อมต่อผิวหนังด้วยเสมอ ดังนั้นผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินจะมีอาการกำเริบ ได้เมื่อเกิด โรคกับอวัยวะภายในอื่นๆปัจจัยทางด้านจิตใจ สภาพทางจิตใจของผู้ป่วย มีอิทธิพลต่ออาการของโรคสะเก็ดเงิน เช่นเดียวกับปัจจัย ภายนอกและ ภายในร่างกาย พบว่าผู้ป่วยที่เครียด หงุดหงิด โกรธง่าย นอนไม่หลับ ผื่นจะกำเริบแดงขึ้น คันมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยต้อง แกะเกาส่งผลให้โรคกำเริบ

ตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ

ปัจจัยทางเคมี

  • การระคายเคืองจาก ดีเทอร์เจน ผงซักฟอก สบู่ ครีมที่มีกรดผสม เช่น ครีมลอกหน้า ขัดผิว
  • ยาแผนปัจจุบันบางชนิดทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบ เช่นยาลดความดัน และลดอัตราการเต้นของหัวใจ กลุ่ม
  • Beta- adrenergic blocking agents , Lithium , ยาแก้ปวด Indomethacin Quinidine
  • ยาต้านมาเลเรีย ( Anti-malarial )
  • ยาสตีรอยด์ชนิดรับประทานและฉีด

ปัจจัยทางชีวะ
      
โรคติดเชื้อที่คอ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ โรคติดเชื้อที่ผิวหนัง และ
โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ยุงแมลงกัดต่อย

ปัจจัยทางฟิสิกส์
       การกระทบกระแทก ถูกมีดบาด ยุงแมลงกัดต่อย การแกะเกา กด ถู ดึง
ลอก หยิก

ปัจจัยทางจิตใจ
       
ความเครียด เร่าร้อน ความโกรธ หงุดหงิด ฉุนเฉียว

 

 

 



พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง

  • - การดื่มเหล้า
  • - การสูบบุหรี่
  • - เล่นการพนัน
  • - ความเครียดทั้งทางกายและทางใจเช่น ความวิตก กังวล ความกลัว
  •    หงุดหงิด ฉุนเฉียว
  • - การเล่นกีฬาหักโหม
โรคสะเก็ดเงินของเล็บมือและเล็บเท้า

       ความผิดปกติที่เล็บมือพบได้ถึงร้อยละ50 เล็บเท้าพบได้ร้อยละ 35 ลักษณะผิดปกติที่พบมีตั้งแต่ ผิวของเล็บเป็นหลุมเล็กๆ จนถึงเล็บผิดรูปขรุขระทั้งเล็บ ลักษณะผิดปกติที่พบนอกจากนี้ ได้แก่ เล็บหนามีขุยขาวใต้เล็บ เล็บล่อนจากพื้นเล็บ เป็นต้น

                เราก็รู้ข้อมูลเกี่ยวกับสะเก็ดเงินมาบางแล้วเป็นอย่างไรบางรู้สึกกลัวหรือกังวลบางไหม แต่ไม่ต้องกังวลหลอกครับเดียวอาการจะกำเริบนะ ต่อไปเรามารู้จักการรักษา และยาที่แพทย์หรือ หมอที่เข้าใช้กันดีกว่า

การตรวจและการวินิฉัยโรคสะเก็ด     

เมื่อหมอเห็นการเกิดผื่นแดงที่ผิวหนังของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน มีอาการแสบร้อนหรือคัน แพทย์จะทำหน้าที่เลือกใช้ยาหรือแสงอัลตราไวโอเลตเพื่อควบคุมผื่นผิวหนังอักเสบ ยาที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยมี 3 กลุ่ม คือ ยาทา ยารับประทาน และยาฉีดโดยมีหลักใน การพิจารณาคือ ถ้าผื่นผิวหนังอักเสบไม่เกินร้อยละ 20 ของพื้นผิวของร่างกายให้เลือกใช้ยาทาก่อน ถ้าผื่นผิวหนังอักเสบเกินร้อยละ 20 ของพื้นผิวของร่างกายให้ใช้ยารับประทาน หรือฉายแสงอัลตราไวโอเลต ซึ่งไม่มีหนทางอื่นๆให้เลือกเลย ซึ่งผมได้พยายามหาหมอโรงพยาบาลที่เก่งๆ ตั้งแต่ไปที่ โรงพยาบาล ศิริราช โรงพยาบาลสมเด็จ ณ. ศรีราช และยังเคยไปที่สถาบัญโรงผิวหนังแห่งประเทศไทย มักจะได้คำตอบเหมือนๆ กันว่า โรคสะเก็ดเงิน ที่คุณเป็นอยู่คุณต้องทำใจนะว่ายังไม่มีตัวยาใดรักษาได้ และแถมยังได้ให้กำลังใจเราอีกว่าไม่เป็นไรนะโรคนี้เป็นกันมากไม่ไช่เราคนเดียวจึง ไม่โดดเดี่ยวแน่นอน ผมรู้สึกดีจริงๆไม่ต้องบอกก็รู้ เพราะมากันเต็มเลย แถมยังปอบใจเราอีกว่าโรคนี้เป็นแล้ว ไม่หาย แต่ยังมียาบรรเทาอยู่นะต้องใช้ยาแบบนี้ไปตลอดชีวิต โอ้พระเจ้า ไปหาหมออันเป็น ที่พึ่งสุดท้าย กับได้คำตอบแบบนี้ ถ้าอย่างเป็นอย่างนี้แล้วก็ชังมันเถอะก็มันจำเป็น ต้องรักษานี่จะ ไปพึ่งใครที่ไหนได้ พอเถอะไม่ต้องคิดอะไรมากเรามารู้จักถึง



มารู้จักลักษณะยาและผลที่จะได้รับจากมันกันดีกว่า





HI-LIGHT
1 เอนไซม์ กับการบำบัดโรค

1ประวัติดร.รสสุคนธ์

1ตรวจสอบสุขภาพส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย..ด้วยตนเอง

1น้ำหมักชีวภาพ (ENZYME)

1น้ำผักปั่น สโตล์ ดร.รสสุคนธ์

1นาฬิกาชีวิต
1การรักษาอาการต่าง ๆ ด้วยสารอาหาร
1สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ
1บทปฏิบัติ 10 ประการ
1สมาธิสยบโรค
1รักษาโรคตามพระไตรปิฎก
1บทความ (ชมรมบ้านสุขภาพ)
1สารพันกับการบำบัด ด้วยแพทย์ทางเลือก
1
 
วิถึสุขภาพกับแพทย์ทางเลือก

1บทปฏิบัติ 10 ประการ

1ความสัมพันธ์ระบบต่าง ๆ กับวินัยชีวิต 10 ประการ

1ฮอร์โมนมีความสำคัญอย่างไร

1ตรวจสอบสุขภาพส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย..ด้วยตนเอง

1บทความ(ชมรมบ้านสุขภาพ)
1หลากหลายสารพัน กับการบำบัด ด้วยแพทย์ทางเลือก
1โรคและการบำบัดโรค...
ด้วยตนเอง

1ยา 9 เม็ดของหมอเขียว

1ยา และผลที่จะได้รับ
 

Downlod E-book ฟรี

 

 
copyright @ Healthybyself
Tel. 02-116-5598 , 096-1936-936 , 063-282-6369
www.healthybyself.net
, e-mail : healthybyself@hotmail.com